
Ryanair ปรับเพิ่มคาดการณ์ผู้โดยสาร–ราคาตั๋วพุ่ง สายการบินต้นทุนต่ำรายใหญ่ของยุโรปอย่าง Ryanair ออกรายงานล่าสุดที่สะท้อนแนวโน้มเติบโตที่แข็งแกร่งเกินคาด หลังปริมาณผู้โดยสารและราคาค่าโดยสารยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงไตรมาสที่สาม แม้บริษัทจะต้องรับภาระค่าปรับจำนวนมากจากอิตาลี แต่ภาพรวมของธุรกิจกลับยังอยู่ในทิศทางบวก ส่งผลให้ฝ่ายบริหารตัดสินใจปรับเพิ่มประมาณการทั้งจำนวนผู้โดยสารและผลกำไรสุทธิสำหรับปี 2025–2026
Ryanair ปรับเพิ่มคาดการณ์ผู้โดยสาร–ราคาตั๋วพุ่ง หนุนกำไรทั้งปีพุ่งขึ้น
ในไตรมาสที่สามของปี Ryanair ให้บริการผู้โดยสารมากถึง 47.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นประมาณ 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ความต้องการเดินทางที่ยังคงแข็งแรง ทำให้บริษัทประเมินว่าในปีการเงิน 2025–2026 สายการบินจะให้บริการผู้โดยสารได้เกือบ 208 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่ 207 ล้านคน การคาดการณ์ใหม่นี้เกิดจากปัจจัยสองด้าน คือดีมานด์ที่ไม่ลดลงแม้เศรษฐกิจผันผวน และการส่งมอบเครื่องบินโบอิ้งที่เร็วกว่าที่วางแผนไว้ ทำให้เพิ่มจำนวนเที่ยวบินได้อย่างต่อเนื่อง
ราคาค่าโดยสารสูงขึ้นกว่าที่ประเมินไว้เดิม
ส่วนรายได้ของบริษัทได้รับแรงหนุนหลักจาก ค่าโดยสารเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นถึง 4% ในไตรมาสล่าสุด และยังมีแนวโน้มว่าตลอดทั้งปีอาจเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง ประมาณ 9% ซึ่งสูงกว่าที่เคยคาดการณ์ว่าจะโตเพียง 7% สถานการณ์นี้ทำให้ Ryanair เชื่อว่าแม้จะมีปัจจัยลบหลายด้าน แต่ผลกำไรสุทธิหลังหักภาษียังคงเติบโตและอาจแตะระดับ 2.13–2.23 พันล้านยูโร ตลอดทั้งปี เพิ่มจากปีก่อนที่ทำได้ 1.61 พันล้านยูโร
ค่าปรับจากอิตาลีฉุดกำไรไตรมาสสาม แต่ไม่กระทบแนวโน้มภาพรวม
ในไตรมาสที่สาม บริษัทต้องบันทึกสำรองสำหรับค่าปรับ 256 ล้านยูโร จากหน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันของอิตาลี ซึ่งกล่าวหาว่า Ryanair ใช้หลักปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ขัดขวางการซื้อตั๋วของตัวแทนท่องเที่ยวบุคคลที่สาม การตั้งสำรองครั้งใหญ่ทำให้กำไรก่อนหักภาษีของไตรมาสนี้ลดลงอย่างมากถึง 83% เหลือเพียง 24.4 ล้านยูโร
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารยืนยันว่า Ryanair มั่นใจว่า “ค่าปรับนี้ไม่มีมูล” และจะยื่นอุทธรณ์ต่อไป เมื่อหักรายการพิเศษออกแล้ว กำไรพื้นฐานของบริษัทลดลง 22% เหลือ 115.4 ล้านยูโร ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับที่รับได้เมื่อเทียบกับภาระพิเศษที่ต้องแบกรับ
ปัจจัยเสี่ยงภายนอกที่อาจกระทบรายได้ในไตรมาสต่อไป
ไมเคิล โอ’เลียรี ซีอีโอของสายการบินระบุว่า แม้ราคาตั๋วในไตรมาสสุดท้ายของปียังคงสูงกว่าปีก่อน แต่ยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกหลายประการ เช่น
- ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในยูเครนและตะวันออกกลาง
- ความผันผวนทางเศรษฐกิจทั่วโลก
- ปัญหาการหยุดงานและการบริหารจัดการที่ผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศในยุโรป
อย่างไรก็ดี Ryanair มองว่าข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตของอุตสาหกรรมการบิน รวมถึงต้นทุนที่บริษัทสามารถควบคุมได้ดี และการมีคำสั่งซื้อเครื่องบินต้นทุนต่ำจำนวนมาก จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้บริษัทเติบโตต่อเนื่อง และอาจทำยอดผู้โดยสารแตะ 300 ล้านคนต่อปีภายในปี 2033–2034
สรุป
แม้จะเผชิญแรงกดดันจากค่าปรับและปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจ Ryanair ยังคงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตทั้งด้านรายได้และจำนวนผู้โดยสาร การเพิ่มขึ้นของดีมานด์ ราคาค่าโดยสาร และจำนวนเครื่องบินใหม่ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้สายการบินสามารถรักษาเส้นทางการเติบโตได้อย่างมั่นคง
ภาพรวมทั้งหมดนี้ทำให้นักลงทุนจำนวนมากเชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมการบินยุโรปยังคงมีอนาคตสดใส และ Ryanair จะเป็นหนึ่งในผู้นำสำคัญของตลาด ซึ่งมุมมองนี้ก็สอดคล้องกับแนวคิดการวางกลยุทธ์ของหลายแพลตฟอร์มด้านธุรกิจ เช่น 123over ที่เน้นการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างเป็นธรรมชาติ
