รถยนต์ไฟฟ้าผงาดขึ้นเป็นกำลังหลัก

รถยนต์ไฟฟ้าผงาดขึ้นเป็นกำลังหลัก

รถยนต์ไฟฟ้าผงาดขึ้นเป็นกำลังหลัก อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าและรถพลังงานทางเลือกสามารถแซงหน้ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซลในตลาดรถใหม่ได้อย่างเป็นทางการ ตัวเลขยอดขายล่าสุดสะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับความประหยัด พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น

รถยนต์ไฟฟ้าผงาดขึ้นเป็นกำลังหลัก ของตลาดรถใหม่

รถยนต์ไฟฟ้าผงาดขึ้นเป็นกำลังหลัก

จากข้อมูลการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ รถยนต์ไฮบริดแบบใช้น้ำมันร่วมกับไฟฟ้ากลายเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูงสุด ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 28.3 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าล้วน หรือ EV ตามมาเป็นอันดับสองที่ 21.2 เปอร์เซ็นต์ แซงหน้ารถยนต์เบนซินซึ่งมีส่วนแบ่ง 20.9 เปอร์เซ็นต์ และรถยนต์ดีเซลที่เหลือเพียง 12.5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ภาพรวมยอดขายรถยนต์ใหม่คึกคักต้นปี

ในเดือนที่ถือว่าคึกคักที่สุดของปี มียอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่รวมทั้งสิ้น 34,604 คัน เพิ่มขึ้น 3.3 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่ากำลังซื้อในตลาดยังคงแข็งแรง แม้สภาพเศรษฐกิจโลกจะเผชิญความไม่แน่นอนก็ตาม

โตโยต้ายังคงรักษาตำแหน่งแบรนด์รถยนต์ขายดีที่สุด ด้วยยอดจดทะเบียน 5,347 คัน ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างฮุนไดที่ทำได้ 3,805 คัน ตามมาด้วยโฟล์คสวาเกน 3,214 คัน และสโกด้า 2,982 คัน ซึ่งเป็นแบรนด์ในเครือเดียวกัน ส่วนเกียตามมาเป็นอันดับห้าด้วยยอดขาย 2,617 คัน

โตโยต้านำตลาดไฮบริดแบบเบ็ดเสร็จ

ความสำเร็จของโตโยต้าเกิดจากการครองตลาดรถยนต์ไฮบริดแบบใช้น้ำมันและไฟฟ้าเกือบเบ็ดเสร็จ โดยในเดือนที่ผ่านมา โตโยต้าทำยอดขายรถไฮบริดได้ถึง 4,706 คัน ทิ้งห่างแบรนด์อื่นอย่างเห็นได้ชัด ดาเซียซึ่งอยู่ในอันดับสองทำยอดได้เพียง 841 คันเท่านั้น ที่น่าสนใจคือ รถยนต์ไฮบริดที่ขายดีที่สุด 5 อันดับแรก ล้วนเป็นรุ่นจากโตโยต้าทั้งหมด

ในตลาดรถปลั๊กอินไฮบริด ฮุนไดขึ้นแท่นผู้นำด้วยยอดขาย 1,100 คัน ส่วนใหญ่เป็นผลจากความนิยมของ Tucson PHEV ขณะที่ BMW ตามมาเป็นอันดับสองด้วยยอดจดทะเบียน 584 คัน

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าโตแรงเกือบ 50%

ไฮไลต์สำคัญของตลาดคือการเติบโตแบบก้าวกระโดดของรถยนต์ไฟฟ้า โดยมีการจดทะเบียนรถ EV ใหม่ถึง 7,319 คัน เพิ่มขึ้นถึง 48.7 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ฮุนไดเป็นผู้นำตลาด EV ด้วยยอดขาย 1,086 คัน ตามมาด้วยโฟล์คสวาเกน เกีย บีวายดี เรโนลต์ และสโกด้า

ที่น่าจับตาคือ เทสลา ซึ่งเคยครองตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า กลับหล่นไปอยู่อันดับที่ 14 ด้วยยอดขายเพียง 137 คัน สะท้อนการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากทั้งค่ายยุโรปและแบรนด์จีน

รุ่นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในปีนี้ ได้แก่ VW ID.4, Hyundai Inster, Kia EV3, Hyundai Kona EV และ Ioniq 5 ซึ่งล้วนเป็นรุ่นที่ตอบโจทย์ทั้งด้านราคา ระยะทางการขับขี่ และเทคโนโลยีความปลอดภัย

แบรนด์อื่น ๆ และตลาดพรีเมียม

ฟอร์ดเริ่มต้นปีได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยยอดจดทะเบียน 1,524 คัน เพิ่มขึ้น 23 เปอร์เซ็นต์ โดยได้แรงหนุนจากรถครอสโอเวอร์รุ่น Puma ขณะที่แบรนด์จีนอย่าง BYD และ MG ก็ทำผลงานน่าประทับใจ ด้วยยอดขาย 1,029 คัน และ 633 คันตามลำดับ

ในตลาดรถยนต์พรีเมียม Audi ครองอันดับหนึ่งด้วยยอดขาย 1,335 คัน ตามด้วย BMW 1,055 คัน และ Mercedes 792 คัน ส่วน Porsche มียอดขายลดลง แต่ยังมีรถซูเปอร์คาร์อย่าง 911 GT3 ที่มีราคาสูงกว่า 300,000 ยูโรรวมอยู่ด้วย

สรุป

ตัวเลขทั้งหมดสะท้อนชัดว่าตลาดรถยนต์กำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มตัว รถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม การแข่งขันที่เข้มข้นจากหลากหลายแบรนด์ ทำให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์ทั้งด้านราคาและเทคโนโลยี

เช่นเดียวกับการติดตามข้อมูลเชิงลึกในโลกออนไลน์ การเลือกแหล่งข้อมูลที่ทันสมัยและหลากหลายเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับผู้ที่ต้องการอัปเดตเทรนด์ เทคโนโลยี และข้อมูลเชิงวิเคราะห์ในหลายมิติ การเข้าถึงแพลตฟอร์มอย่าง dragon444 และการใช้งานผ่าน dragon444 ทางเข้า ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยให้มองเห็นภาพรวมของกระแสโลกได้ชัดเจน ไม่ต่างจากการมองอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *