
VHI ประกาศปรับขึ้นเบี้ยประกันสุขภาพอีก 3% ภาคการประกันสุขภาพในไอร์แลนด์กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ หลัง VHI บริษัทประกันสุขภาพรายสำคัญของรัฐออกมาระบุว่ามีความจำเป็นต้องปรับขึ้นเบี้ยประกันอีกครั้งในช่วงเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ โดยอัตราการปรับเพิ่มเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3% การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนต้นทุนด้านการดูแลสุขภาพที่ยังคงขยับสูงขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งภาวะเงินเฟ้อทางการแพทย์ ค่าใช้จ่ายในการรักษาที่ซับซ้อน และจำนวนเคสสินไหมที่มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
VHI ประกาศปรับขึ้นเบี้ยประกันสุขภาพอีก 3% มีผลเดือนมีนาคม ท่ามกลางต้นทุนการรักษาที่พุ่งสูง
รายงานจาก Irish Examiner ระบุว่า แผน AdvancedCare Day to Day ซึ่งเป็นแผนที่ได้รับความนิยมสำหรับครอบครัว จะได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยครอบครัวที่มีผู้ใหญ่สองคนและเด็กสองคนจะต้องจ่ายเพิ่มมากกว่า 35 ยูโรต่อเดือน ส่งผลให้ค่าเบี้ยรวมใหม่อยู่ที่ 6,946.57 ยูโรต่อปี
สำหรับแผน PMI 35 13 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแพ็คเกจที่มีผู้ใช้งานจำนวนมากก็มีการปรับเพิ่มเช่นเดียวกัน โดยครอบครัวสี่คนจะมีค่าเบี้ยเพิ่มขึ้นกว่า 16 ยูโรต่อเดือน รวมเป็น 4,852.44 ยูโรต่อปีหลังจากการปรับราคา อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกแผนจะถูกปรับขึ้น โดย VHI ยืนยันว่าแผน PublicPlusCare จะยังคงราคาเดิม ไม่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นรอบนี้
การปรับราคาในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สามภายในหนึ่งปี หลังจากในเดือนมีนาคม 2025 มีการปรับขึ้นเฉลี่ย 3% และตามด้วยรอบการเพิ่มราคาอีกครั้งในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าผู้ให้บริการประกันสุขภาพกำลังแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ต้นทุนการรักษาที่พุ่งสูงเป็นเหตุผลหลัก
VHI เปิดเผยว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้ต้องปรับราคาก็คือ ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนที่เพิ่มสูงขึ้นถึงประมาณ 13% ในปีที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่ค่าใช้จ่ายต่อเคสที่สูงขึ้น แต่จำนวนการเรียกร้องค่าสินไหมจากโรงพยาบาลเอกชนก็เพิ่มขึ้นกว่า 8% เมื่อเทียบกับปี 2024
ปัจจัยเหล่านี้เกิดจากการเติบโตของความต้องการด้านการรักษา โดยเฉพาะในกลุ่มโรคร้ายแรงและโรคเรื้อรัง เช่น มะเร็ง โรคกระดูกและข้อ หัวใจ ระบบทางเดินอาหาร และการดูแลด้านจิตเวช นอกจากนี้ เทคโนโลยีการแพทย์ที่พัฒนาขึ้น ยาใหม่ ๆ และกระบวนการรักษาที่ทันสมัย ซึ่งแม้จะช่วยเพิ่มโอกาสการรักษา แต่ก็ทำให้ต้นทุนโดยรวมสูงขึ้นตามไปด้วย
มุมมองผู้บริหาร และการดูแลสมาชิกในระยะยาว
แอรอน คีโอห์ กรรมการผู้จัดการของ VHI Insurance ให้ข้อมูลว่า แม้ต้นทุนหลักจะมาจากการเคลมค่ารักษาในโรคสำคัญ ๆ แต่สมาชิกในปัจจุบันมีช่องทางในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรักษาในโรงพยาบาล การดูแลผู้ป่วยนอก ไปจนถึงบริการเชิงป้องกันและการดูแลสุขภาพเชิงรุก
เขาเสริมว่า แม้บริษัทตระหนักดีว่าเบี้ยประกันสุขภาพถือเป็นค่าใช้จ่ายที่สำคัญสำหรับครอบครัวจำนวนมาก แต่การปรับราคาถือเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ VHI สามารถรักษาคุณภาพการให้บริการและรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นได้ พร้อมยืนยันว่าจะยังคงเสนอแผนประกันหลากหลายระดับราคา เพื่อให้สอดคล้องกับงบประมาณและความจำเป็นของผู้เอาประกันแต่ละกลุ่ม
นอกจากนี้ VHI ซึ่งเป็นบริษัทประกันสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดของรัฐ ยังระบุว่าในปี 2024 บริษัทกลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง โดยมีรายได้สุทธิ 36 ล้านยูโร แม้ว่าจะต้องรับภาระค่าสินไหมจำนวนมากและปรับขึ้นเบี้ยประกันตลอดทั้งปีที่แล้วก็ตาม
สรุป
การปรับขึ้นเบี้ยประกันรอบใหม่ของ VHI เป็นผลสืบเนื่องจากต้นทุนด้านการรักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งจากภาวะเงินเฟ้อ ความต้องการทางสุขภาพที่สูงขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุ และการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ล้ำสมัย การขยับอัตราประกันจึงเป็นหนึ่งในมาตรการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับบริษัทประกันขนาดใหญ่ที่ต้องการรักษาเสถียรภาพและคุณภาพการให้บริการในระยะยาว
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนี้ หลายคนเริ่มมองหาทางเลือกหรือบริการที่ช่วยให้บริหารค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น เปรียบเสมือนการเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีความคุ้มค่าและเชื่อถือได้อย่าง NAZA24 หรือ นาซ่า24 ซึ่งมักถูกยกมาเป็นตัวอย่างของบริการที่เน้นความคุ้มค่าและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้อย่างตรงจุด เมื่อเทียบกับสภาพเศรษฐกิจที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบในปัจจุบัน
