
ตลาดยุโรปตั้งหลักได้ แต่ราคาน้ำมันพุ่งแรง ตลาดการเงินยุโรปเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะนิ่งมากขึ้น หลังจากเผชิญแรงเทขายหนักต่อเนื่องสองวันจากความกังวลเกี่ยวกับสงครามระหว่าง United States–Israel กับ Iran อย่างไรก็ตาม แม้หุ้นจะเริ่มทรงตัว ราคาน้ำมันกลับทะยานขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนความวิตกของตลาดต่อเสถียรภาพพลังงานโลก
ตลาดยุโรปตั้งหลักได้ แต่ราคาน้ำมันพุ่งแรง จากเงาสงครามตะวันออกกลาง
ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อกำลังสร้างแรงกดดันทั้งต่อภาคการเงินและภาคพลังงาน โดยเฉพาะเมื่อมีความเป็นไปได้ที่เส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลกอาจถูกกระทบ
หุ้นยุโรปเริ่มฟื้น หลังร่วงแรงสองวันติด
ดัชนี FTSE 100 ของกรุง London ขยับลดลงเพียงเล็กน้อย 0.4 จุด มาอยู่ที่ระดับ 10,483.8 ในการซื้อขายช่วงเช้าวันพุธ ถือเป็นสัญญาณว่าตลาดเริ่มตั้งหลักได้ หลังจากร่วงลงเกือบ 3% ในวันก่อนหน้า
ฝั่งยุโรปแผ่นดินใหญ่ ดัชนี CAC 40 ของ France ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.3% ขณะที่ดัชนี DAX ของ Germany เคลื่อนไหวแทบไม่เปลี่ยนแปลงแม้ตลาดเอเชียจะเผชิญแรงกดดันเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่บรรยากาศในยุโรปดูผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จำนวนมากยังเตือนว่าความผันผวนอาจกลับมาได้ทุกเมื่อ หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง
ราคาน้ำมันดิบพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน
ในขณะที่ตลาดหุ้นเริ่มนิ่ง ราคาน้ำมันกลับปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยน้ำมันดิบเบรนท์ทะยานขึ้น 3% แตะระดับ 84.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024
แรงหนุนสำคัญมาจากความเสี่ยงด้านอุปทานในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะคำขู่ของอิหร่านที่จะปิดกั้น Strait of Hormuz เส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ระหว่างอิหร่านกับ United Arab Emirates
ช่องแคบแห่งนี้เป็นทางผ่านของน้ำมันและก๊าซประมาณหนึ่งในห้าของปริมาณโลก การหยุดชะงักเพียงระยะสั้นก็อาจสร้างแรงกระเพื่อมต่อราคาพลังงานทั่วโลกได้ทันทียิ่งไปกว่านั้น Qatar ยังประกาศหยุดการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลวชั่วคราว หลังโรงงานได้รับผลกระทบจากการโจมตีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ยิ่งเพิ่มความกังวลต่ออุปทานพลังงานโลก
ทรัมป์ยืนยันพร้อมคุ้มครองเส้นทางเดินเรือ
ประธานาธิบดี Donald Trump แห่งสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันอังคารว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ จะเข้าคุ้มครองเรือบรรทุกน้ำมันในภูมิภาคนี้ “หากจำเป็น” เพื่อปกป้องเสถียรภาพด้านพลังงาน
อย่างไรก็ตาม ตลาดดูเหมือนยังไม่มั่นใจเต็มที่ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องสะท้อนว่าผู้ลงทุนยังประเมินความเสี่ยงในระดับสูง
นีล วิลสัน นักกลยุทธ์การลงทุนจาก Saxo UK ระบุว่า แม้ตลาดหุ้นยุโรปจะเริ่มฟื้นตัวจากการร่วงหนัก แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าสถานการณ์เลวร้ายได้ผ่านพ้นไปแล้ว
เขาเตือนว่า หากสงครามยืดเยื้อ ผลกระทบทางเศรษฐกิจอาจเริ่มปรากฏชัดในด้านการค้า ต้นทุนพลังงาน และอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับฐานเชิงโครงสร้างของตลาดหุ้น
ความเสี่ยงที่ยังคงอยู่
แม้จะมีสัญญาณเสถียรภาพเบื้องต้นในยุโรป แต่นักลงทุนจำนวนมากยังคงลดความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน เพราะการคุ้มครองเรือทุกลำในภูมิภาคที่ตึงเครียดเช่นนี้เป็นเรื่องยากในทางปฏิบัติ
หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดจริง หรือมีเหตุโจมตีเพิ่มเติมต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ผลกระทบอาจขยายวงกว้างไปยังเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงาน
สรุป
สถานการณ์ล่าสุดสะท้อนภาพสองด้านของตลาดการเงินยุโรป หุ้นเริ่มทรงตัวหลังแรงขายหนัก แต่ราคาน้ำมันกลับพุ่งขึ้นจากความเสี่ยงด้านอุปทานในตะวันออกกลาง ความไม่แน่นอนยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางตลาดในระยะสั้นถึงกลาง
นักลงทุนจึงจำเป็นต้องติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดและประเมินความเสี่ยงรอบด้าน การเลือกแหล่งข้อมูลที่ชัดเจนและเชื่อถือได้จึงสำคัญไม่แพ้การวางกลยุทธ์การลงทุน เช่นเดียวกับการเลือกแพลตฟอร์มที่มีความมั่นคงและเสถียรภาพอย่าง allslotz88 ที่ให้ความสำคัญกับความชัดเจนและความปลอดภัยในทุกขั้นตอน