คืนวันที่ 28 มิถุนายน 2564 คงต้องถูกบันทึกไว้

คืนวันที่ 28 มิถุนายน 2564 คงต้องถูกบันทึกไว้ ให้เป็น 1 ในวันชาติของทีมสวิตเซอร์แลนด์ เพราะพวกเขาทำสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ด้วยการล้ม แชมป์โลก ฝรั่งเศส ด้วยการยิงจุดโทษ 5-4 หลังเสมอในเวลา 3-3ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปแบบโคตรระทึกปนน่าประทับใจ

จากเกมที่สวิสขึ้นนำไปก่อนด้วยการลอยตัวโหม่งของ ฮาริส เซเฟโรวิช และเกือบจะนำ 2-0 ด้วยซ้ำถ้า ริคาร์โด้ โรดริเกซ ไม่ยิงจุดโทษไปติดเซฟ ฮูโก้ ยอริส ในช่วงต้นครึ่งหลัง

การเปลี่ยน คิงส์ลี่ย์ โกม็อง ปีกสายฟ้าลงมาแทน เจ้าบ่อน้ำมัน เคลมอง ล็องเล่ต์ ใน 45 นาทีหลัง ดูจะได้ผล เมื่อพลพรรคตราไก่ไม่เสียจุดโทษ และเริ่มไล่มายิงคืนจนพลิกแซงได้จาก ดาวซัลโว F1 คาริม เบนเซม่า ที่รับเหมาคนเดียว 2 ลูก เกมทำท่าจะถูกตัดสินในนาทีที่ 75 เมื่อน้าหังได้เอ่ยประโยคเด็ด ปั่นโค้งๆๆ จากลูกยิงนำ 3-1 ของ พอล ป็อกบา จอมทัพตราไก่ ที่ทัวร์นาเมนต์นี้เล่นได้อย่างไฉไลสุดๆ

แต่แล้วปาฏิหาริย์และแสงแห่งความหวังก็ถูกจุดประกายเมื่อ เจ้าเวหา เซเฟโรวิชคนเดิม โขกลูกเปิดจากทางฝั่งขวาของสนามช่วยให้ทีมไล่มา 3-2 ในนาทีที่ 81 นาทีที่ 84 มาริโอ กาฟราโนวิช เกือบช็อคโลกสำเร็จ เมื่อซัดจ่อๆเข้าไป แต่ดันถูกจับล้ำหน้าไปเสียก่อน 90นาทีกำลังจะหมดลง ด้วยชัยชนะของทีมเต็งฝรั่งเศส

แต่แล้วกรานิต ชาก้า ร่างซุปเปอร์ไซย่า( ที่วันนี้เล่นอย่างโดดเด่นจนทัดเทียม พอล ป็อกบา และ เอ็นโกโล่ ก็องเต้) ก็จ่ายบอลทะลุช่องจากกลางสนามหลุดแผงหลังฝรั่งเศสทั้งกระบิไปถึง กาฟราโนวิช ที่จับบอลได้หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะซัดเน้นๆส่งบอลพุ่งเสียบเสาไกลขวามือของ ยอริสเข้าไปราวกับปาฏิหาริย์

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

คืนวันที่ 28 มิถุนายน 2564 คงต้องถูกบันทึกไว้ ให้เป็น 1 ในวันชาติของทีมสวิตเซอร์แลนด์

คืนวันที่ 28 มิถุนายน 2564 คงต้องถูกบันทึกไว้ ให้เป็น 1 ในวันชาติของทีมสวิตเซอร์แลนด์ เพราะพวกเขาทำสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ด้วยการล้ม แชมป์โลก

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

นาฬิกาในสนามขึ้นนาทีที่ 90 จากจังหวะที่นักเตะสวิสวิ่งเฮกันแบบสุดเสียง แต่งานของพวกเขายังไม่จบเพียงเท่านั้นเมื่อช่วงต่อเวลา ฝรั่งเศส ยิงแล้วยิงอีก โดยเฉพาะกับจังหวะหลุดเดี่ยวที่พลาดไปของ เจ้าหนูตัวความหวัง คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ ที่วันนี้นอกจากจะจ่ายให้เบนเซม่ายิงแล้ว กลับทำได้น่าผิดหวังเหลือเกิน) เพราะเขายิงนกตกปลาไปเสียหมด

เมื่อมีโอกาสอีก 30 นาทีแล้วยังทำไม่ได้การตัดสินด้วยจุดโทษก็เป็นทางเดียวที่จะพาทัพตราไก่เข้ารอบไปได้ นักเตะทั้ง 2 ทีมต่างยิงเข้ากันหมดใน 4 คนแรก ก่อนที่ แอดเมียร์ เมเมดี้จะยิงคนที่ 5 ให้สวิสขึ้นนำความกดดันทั้งหมดถาโถมมาที่ เอ็มบัปเป้ ที่ทั้งทัวร์นาเมนต์นี้ เขายังทำประตูไม่ได้แม้แต่ลูกเดียว

และด้วยสายตา บวกกับความมั่นใจที่หดหาย ลูกยิงที่ออกจากปลายสตั๊ดของเขา ถูกยาน ซอมเมอร์ โกล์ทีมแดนนาฬิกาเซฟไว้ได้แบบเต็มๆมือ ส่งให้ สวิสพลิกล็อคสร้างปาฏิหาริย์ใน 120 นาทีของเกมที่เต็มไปด้วยดราม่า เข้ารอบไปในท้ายที่สุด

เครดิต. รูเล็ต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น